กลยุทธ์การสร้าง Growth Mindset

เขียนโดย :

อ.ณรงค์วิทย์ แสนทอง

กลยุทธ์การสร้าง Growth Mindset

เนื่องจากความเชื่อ ทัศนคติ และกรอบแนวคิดของคนเราอยู่กับเรามานานมาก กรอบแนวคิดของคนบางคนแข็งแรงมาก เหนียวแน่นมาก ยากต่อการเปลี่ยนแปลง แค่การอ่าน การฟัง การฝึกอบรม คงไม่สามารถเปลี่ยนแนวคิด (Mindset) ของคนกลุ่มนี้ได้

แต่...มีพลังของวัฒนธรรมองค์กรคือสิ่งมหัศจรรย์ที่สามารถปรับเปลี่ยนกรอบแนวคิดของคนเราได้ไม่ยาก เพราะวัฒนธรรมองค์กรเริ่มจากพฤติกรรมภายนอกก่อน ทำพฤติกรรมนั้นๆซ้ำๆติดต่อกันนาน จนสุดท้ายพฤติกรรมนั้นๆจะเข้าไปปรับแนวคิด ทัศนคติและความเชื่อของคนทำงานในองค์กรได้ แม้จะไม่ทั้งหมดทุกคน แต่ก็ได้ผลดีกว่าที่จะให้แต่ละคนไปพัฒนากรอบแนวคิดกันเอาเองแน่ๆ

ทำไมวัฒนธรรมองค์กรสามารถเปลี่ยน Mindset คนทำงานให้เป็นแบบ Growth Mindset ได้

ไม่ต้องออกแรงคนเดียว
วัฒนธรรมองค์กรคือพลังร่วมของคนในสังคมที่ทำงาน ใครไม่ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรอาจจะทำงานได้แต่ไม่มีความสุข เพราะคนส่วนใหญ่เขาทำกัน ทุกคนต้องปรับตัว
ไม่ได้บังคับแต่เป็นสิ่งที่มีค่าที่ควรทำ
วัฒนธรรมองค์กรไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ วิธีคิดโดยตรง แต่จะเปลี่ยนแค่พฤติกรรมเท่านั้น ทำให้คนรู้สึกว่าไม่ได้ถูกบังคับ ทำแบบไม่เต็มใจก็ไม่มีใครว่าอะไร ขอให้มีพฤติกรรมร่วมที่เหมือนๆกัน แต่พอทำไปนานๆจะเกิดความเคยชิน แรงต้านในหัวในใจก็จะค่อยๆน้อยลงๆจนแรงต้านหมดไปในที่สุด
คนเห็นคุณค่าของการทำงานร่วมกัน
วัฒนธรรมองค์กรช่วยทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นมากขึ้น คนเริ่มเห็นความสำคัญและช่วยกันรักษา ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น รู้สึกมีคุณค่าที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

องค์กรไหนต้องการให้คนทำงานมี Growth Mindset แบบไหนก็สามารถออกแบบวัฒนธรรมองค์กรที่สะท้อนกรอบแนวคิดแบบนั้น เช่น

กล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ๆ
องค์กรต้องมีระบบ มีกิจกรรม และผู้นำต้องทำเรื่องใหม่ๆให้เป็นตัวอย่าง ต้องทำให้คนในองค์กรรู้สึกและคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา คนกล้าคิดกล้าทำคือคนที่องค์กรต้องการ และอาจจะเชื่อมโยงไปถึงระบบการบริหารคนในเรื่องต่างๆ เช่น การคัดเลือก การพัฒนาฝึกอบรม การประมินผลงาน การเลื่อนตำแหน่ง ต้องเน้นคนที่กล้าคิดกล้าทำกล้าเถียงกล้าถาม ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง
กล้ายอมรับความผิดพลาดและนำมาเป็นบทเรียน
อาจจะเริ่มต้นจากการประชุมที่เปลี่ยนจากการหาคนผิด มาเป็นให้คนกล้ายอมรับความผิดด้วยตัวเอง ผู้นำอาจจะทำเป็นตัวอย่าง และใครทำผิดต้องได้รับการชื่นชม ไม่ใช่ถูกตำหนิ และนำเอาบทเรียนของความผิดพลาดนั้นมาถอดบทเรียนเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน
กล้าวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นและยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์จากคนอื่น
ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมจากเดิมที่การวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เป็นการใส่ร้าย นินทาคนอื่นลับหลัง มาเป็นการเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนสามารถสะท้อนมุมมอง ความรู้สึกต่อความเชื่อ ทัศนคติ วิธิคิดและพฤติกรรมของคนอื่นอย่างตรงไปตรงมาได้ ทุกคนกล้าให้ฟีดแบคและยอมรับฟีดแบคจากคนอื่นเพื่อนำไปพัฒนาตัวเอง ซึ่งอาจจะค่อยๆทำจากเรื่องเล็กๆ กลุ่มเล็กๆไปก่อนก็ได้ สุดท้ายการให้ฟีดแบคจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นกระจกสะท้อนให้คนในองค์กรได้เห็นตัวเองและคนอื่นชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ชื่นชมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ถ้าอยากให้คนในองค์กรมีกำลังใจในการทำงาน ไม่ต้องให้แต่ละคนไปอ่านหนังสือ เข้าสัมมนาหลักสูตรสร้างแรงบันดาลใจที่ไหน ให้คนทำงานสร้างแรงบันดาลใจกันเองด้วยการสร้างวัฒนธรรมของการชื่นชมให้มีอิทธิพลเหนือกว่าคำติในเชิงลบ และใครทำอะไรดีเด่นก็ให้การยอมรับ แบ่งปันสิ่งนั้นๆให้กับคนอื่นๆ ต้องทำให้การชื่นชมเป็นนิสัยติดตัวของคนในองค์กร แล้วบรรยากาศการทำงานก็จะเอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจให้เอง
มีจิตอาสาอยากช่วยงานคนอื่น
ถ้าอยากให้คนทำงานในองค์กรมีจิตอาสาอยากช่วยงานคนอื่น หน่วยงานอื่น หรืองานที่ยังไม่มีใครรับผิดชอบ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกๆคนได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อาจจะมีระบบในการสำรวจดูว่าพนักงานแต่ละคนอยากทำอะไรบ้างนอกเหนือจากงานในหน้าที่ของตัวเอง อะไรคือแรงบันดาลที่อยากจะทำงานนั้นๆ และทำให้เห็นว่าคนทำงานที่องค์กรต้องการคือพร้อมทำอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง คนอื่นและองค์กร โดยไม่ต้องมาขีดเส้นว่าทำเฉพาะหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น
มีจิตอาสาอยากช่วยงานคนอื่น
ถ้าอยากให้คนทำงานในองค์กรมีจิตอาสาอยากช่วยงานคนอื่น หน่วยงานอื่น หรืองานที่ยังไม่มีใครรับผิดชอบ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกๆคนได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อาจจะมีระบบในการสำรวจดูว่าพนักงานแต่ละคนอยากทำอะไรบ้างนอกเหนือจากงานในหน้าที่ของตัวเอง อะไรคือแรงบันดาลที่อยากจะทำงานนั้นๆ และทำให้เห็นว่าคนทำงานที่องค์กรต้องการคือพร้อมทำอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง คนอื่นและองค์กร โดยไม่ต้องมาขีดเส้นว่าทำเฉพาะหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

สรุปว่าหากองค์กรไหนต้องการพัฒนาคนทำงานให้มี Growth Mindset หรือกรอบแนวคิดแบบก้าวหน้า ลองนำเอาแก่นของกรอบแนวคิดนี้ไปออกแบบสร้างหรือทบทวนวัฒนธรรมองค์กรดูนะครับ ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมองค์กรคือพลังมหัศจรรย์ที่สามารถเปลี่ยนคนได้ทั้งกายและใจได้ง่ายกว่าวิธีการอื่นๆ

เขียนโดย :

อ.ณรงค์วิทย์ แสนทอง

วิทยากร ที่ปรึกษา นักเขียน

กลยุทธ์การบริหารผลงานและพัฒนาคน

สั่งซื้อหนังสือ 20 คำถามเพื่อการบริหารผลงานองค์กร เรื่องกำไรเล่มละ 450 บาท

ทำอย่างไรให้ KPI เรื่องกำไรบรรลุเป้าหมาย? 

10 เหตุผลที่ทำให้ระบบ KPIs ล้มเหลว 

OKRs กระแสหายไปไหน? 

อ.พีรดา รุธิรพงษ์

086-983-4943

@nsvalues

(ID Line คลิ๊กเพื่อ Add Line)

บริษัท เอ็นเอส แวลูส์ จำกัด

24 ซ.บางนา – ตราด 29 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

ต้องการให้ทีมงาน NS Values ติดต่อกลับ

NS Values Co., Ltd. All rights reserved. 2019-2020