สวัสดีครับทุกท่าน บทความนี้ผมได้มาจากหนังสือตึ่งนั้นก้าเกี้ย หรือแปลเป็นไทยว่า คนจีนสอนลูก ของสำนักพิมพ์เดอะบอส์ส เรื่อง กระสาหอยกาบ สู้กัน เป็นนิทานสั้นๆ แต่แฝงด้วยความคิดที่น่าสนใจอย่างยิ่งเรามาอ่านกันนะครับ

ณ ริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง ในวันที่อากาศเป็นใจเจ้าหอยกาบตัวเขื่องตัวหนึ่งเปิดเปลือกกว้างกว่าทุกวันเพื่อรับแสงแดดอันอบอุ่นอย่างสำราญใจขณะเดียวกันนั้นเองเจ้านกกระสาเฒ่าตัวหนึ่งซึ่งเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเจ้าหอยกาบตัวนี้อยู่นาน เพราะหวังว่าจะจับมันมาเป็นอาหารให้อิ่มท้องเมื่อสบโอกาสมันจึงรีบบินพุ่งจากกิ่งไม้ อย่างรวดเร็วราวกับจรวดเพื่อหมายจะเข้าไปจิกเจ้าหอยกาบทันทีแต่เจ้าหอยชะตาขาดก็ไม่ยอมตายง่ายๆมันรีบหุบเปลือกที่แข็งแรงของมันอย่างรวดเร็วดัง “พรึ๊บ….”ทำให้หนีบจงอยปากของนกกระสาไว้เจ้านกกระสบก็ดิ้นสุดชีวิตเพื่อหมายจะเอาตัวรอดและการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของสัตว์ทั้งสองก็เริ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายต่างด่าทอ กันเสียงดังลั่นแม่น้ำและพยายามทำวิพีทางให้อีกฝ่ายยอมปล่อยให้เร็วที่สุดครู่หนึ่ง ชาวประมงที่กำลังง่วนอยู่กับการหาหอย หาปลาอยู่แถวนั้นได้ยินเสียงเข้า ก็ค่อยๆเดินย่องเข้ามาใกล้ๆ เพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัวแล้วก็จับเจ้าสัตว์ชะตาขาดทั้งสองตัวนั้นกลับบ้านเพื่อไปทำอาหารอย่างง่ายดายนิทานจีนโบราณเรื่องนี้ผมอ่านแล้วก็มามองย้อนนึกถึงบรรยากาศในการทำงานของบริษัษัท หรือองค์กรต่างๆ ที่แต่ละคน แต่ละกะ แต่แผนกหรือแต่ละหน่วยงาน ทำงานเพื่อแย่งชิงเค้ก หรือข่มเหงกันเพื่อความเป็นใหญ่ซึ่งทำตัวคล้ายกับ นกกระสา กับ หอยกาบ ทะเลาะกันไป ปัดแข้งปัดขากันมาเพื่อให้ตนเอง หรือเพื่อกลุ่มพวกพ้อง แต่ไม่ได้มองเพื่อภาพรวมของบริษัทหรือองค์กรเลยว่าจะอยู่ต่อไปได้ไหม จะแข่งสู้กับใครได้ไหมจะรอดพ้นวิกฤติที่มีอยู่ไหวไหมถ้ายังแก่งแย่ง แข่งขัน สู้กันอย่างนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ขาดการพัฒนา ลูกค้าเริ่มเบื่อเพราะแก้ไขปัญหาให้เขาไม่ได้ ส่งงานช้าบ่อยขึ้น ปัญหาจุกจิก กวนใจลูกค้าเริ่มมากขึ้น สุดท้าย เขาก็ Say Goodbye ฉันไม่ซื้อของไม่ใช้บริการของเธออีกแล้วจ้า แล้วพวกเราจะอยู่กันยังไงละทีนี้จริงไหมครับ?จะดีกว่าไหมถ้าเรายอมคิดเพิ่มอีกนิด แล้วถอยคนละเก้าเพิ่มอีกหน่อยโดยเอาเป้าหมายของส่วนร่วมเป็นที่ตั้งโดยไม่ต้องมาบอกหรอกว่าใครเก่งกว่า แข็งแรงกว่า ฉลาดกว่าแต่มาร่วมมือกันแล้วพูดว่า พวกเราเก่ง พวกเราฉลาด พวกเราทำได้พวกเราร่วมมือ ร่วมใจกันแล้วพวกเราก็จะสู้คู่แข่งของพวกเราได้อย่างแน่นอน ถ้าคิด และทำแบบนี้เราทุกคนก็คงรอดไปด้วยกันอย่างแน่นอนจริงไหมครับสุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน เพื่อฝ่าฟัน ปัญหางานปัญาหาคน ในองค์กรกันต่อไป และที่ขาดเสียไม่ได้ คือขอฝากคมคิดสะกิดใจที่ว่า“สามัคคี คือพลัง สามัคคี คือพลัง และสามัคคืคีอพลัง” สู้ๆ ครับ

Follow us: