“ถ้าผู้จัดการมอบหมายงานให้เราทำ แต่กลับไม่ยอมมอบอำนาจ หรือดาบอาญาสิทธิ์ให้เราในฐานะที่เป็นหัวหน้าจะทำอย่างไร?”

 

นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ผมได้รับคำถามแบบนี้ จากผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมภาวะผู้นำ และการเป็นหัวหน้างานที่ลูกน้องรักซึ่ง หลายครั้งที่ระหว่างการอบรมจะมีหัวหน้า หรือแม้แต่ผู้จัดการมาคอยกระซิบถาม โดยพวกเขามีความรู้สึกเหมือนโดนผู้จัดการ หรือผู้บริหารล้วงลูก โดยไปพูดคุย หรือเออๆออๆ กับพนักงานโดยตรง หรือพูดง่ายๆก็คือทำงานแบบข้ามหัวของเขาไปเลย ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัด ปวดหัวใจ ไม่มีกระจิต กระใจจะทำงาน บางคนก็ท้อแท้ ไม่ขั้นไม่อยากทำงานต่อไปเลยก็มี

เพื่อหาคำตอบของคำถามอันแสนจะปวดใจนี้ ผมขออนุญาตวิเคราะห์ออกมาเป็น 3 ส่วนดังนี้ครับ

ส่วนที่ 1 ปัญหาที่เกิดจากผู้บริหาร หรือผู้จัดการ ซึ่งได้แก่

  1. ขาดความไว้ใจ หรือยังไม่เชื่อฝีมือเรา เนื่องจากเขาอาจคิดว่าเรายังไม่มีความสามารถพอ ไม่มีความพร้อม แนวทางการแก้ไขคือ เราต้องรีบทบทวนตัวเองว่าเราขาดความรู้ ทักษะด้านใด จากนั้นก็รีบฝึกฝน พัฒนาตนเอง และแสวงหาโอกาสที่จะแสดงฝีไม้ลายมือให้เขาเห็น
  2. หวงอำนาจ กลัวหมดความสำคัญ เรื่องนี้เป็นความคิดส่วนตัวของเขา เราในฐานะที่เป็นลูกน้องคงจะไปแก้อะไรเขาได้ยาก แต่สิ่งที่เราควรทำคือ ควรไปพูดกับเขาตรงๆ ว่าเรารู้สึกให้เขารับทราบเช่น เราทำงานยาก เพราะพนักงานไม่เชื่อฟัง พนักงานไม่เคารพ และอยากต้องการให้หัวหน้ามอบอำนาจให้เราอย่างเหมาะสมกับหน้ารที่และความรับผิดชอบ เพื่อที่จะให้คุณให้โทษกับพนักงานได้ ซึ่งถ้าผู้บริหา หรือผู้จัดการของเราใจกว้างพอ ก็จะให้อำนาจ และเปิดโอกาสให้เราได้ทำงานอย่างเต็มที่ครับ

 ส่วนที่ 2 ปัญหาที่เกิดจากตัวเราเอง (ทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน)

  1. ทำงานไม่เก่ง ขาดทักษะ ไม่มีประสบการณ์ หรือความสามารถยังไม่ถึง วิธีการแก้ไข ยอมรับความจริงว่าเรายังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นหัวหน้า จากนั้นก็ต้องรีบปรับปรุง พัฒนาฝีมือการทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างรวดเร็วที่สุด ต้องทุ่มเท อ่านเอกสารคู่มือการทำงาน ไปเรียนรู้การทำงานกับคนที่ทำงานเก่งๆ และนำความรู้มาต่อยอด
  2. ไม่กล้า ไม่ว่าจะไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าลงโทษลูกน้องที่ทำผิด เป็นต้น วิธีการแก้ไข ก็คือ ต้องฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน หาโอกาสแสดงความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มทำงานใหม่ๆ ช่วงเดือนแรกๆ ต้อง ขยัน ขวนขวาย เรียนรู้ ลองทำสิ่งต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพราะช่วงนี้ถือว่าเป็นโปรโมชั่นของพนักงานใหม่ ทำผิดพลาด ใครๆ ก็ย่อมให้อภัยได้
  3. พฤติกรรมไม่น่าเคารพ และไม่น่าเชื่อถือ ได้แก่ การประพฤติผิดกฎระเบียบของบริษัท เมาเหล้ามาทำงาน พักเกินเวลา มาทำงานสาย เจ้าชู้ในที่ทำงาน ทุจริตต่อหน้าที่ พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเราเองล้วนๆ เรากล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ และเลิกซะเถอะครับ รับรองใครๆ ก็ให้อภัยถ้าเราจริงใจ และจริงจังที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แต่ก็ต้องใช้เวลานานอยู่เหมือนกันนะครับกว่าคนทั่วไปจะยอมรับ

วันนี้ผมมาอ่านหนังสือ สรรนิพนธ์ขงเบ้ง ยุทธศิลป์ ซึ่งพิมพ์ครั้งที่สอง โดยสำนักพิมพ์ชุมศิลป์ธรรมดา ซึ่งแปลโดยโชติช่วง นาดอลในหัวข้อ ต้องมอบอำจาจสิทธิขาด โดยสามารถสรุปแนวคิดจากตำราได้ว่า

 “ขุนพล คือผู้กุมชะตามชีวิตของพลเมือง กุมชะตาพ่ายแพ้ หรือชัยชนะชี้ขาดความเจริญรุ่งเรือง หรือเสื่อมวิบัติเช่นนี้แล้วหากไม่มอบอำนาจสิทธิขาดแห่งการปูนบำเหน็จ และลงอาญาแก่ขุนพล ก็เปรียบเหมือนกับมัดมือ ลิง ค่าง แล้วหวังจะให้มันกระโดดปีนป่ายคล่องแคล่ว ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ ถ้าการปูนบำเหน็จไม่ได้เป็นหน้าที่ของแม่ทัพ แต่กลับไปตกอยู่กับอำมาตย์มาร คนทั้งหลายก็จะวิ่งเต้นแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนแล้วใครเล่าจะมีจิตใจออกไปสู้รบกับอริราชศัตรู”ในการทำงานหัวหน้างานก็ไม่ต่างอะไรกับขุนพล เพราะพวกเขาต้องคอยไปขับเคลื่อน ควบคุม ติดตาม เพื่อผลักดันให้พนักงานทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้นถ้าผู้จัดการไม่ให้อำนาจ (Empowerment) กับหัวหน้า ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่แล้วละก็ คงยากที่หัวหน้างานคนนั้นจะทำงานได้อย่างเต็มที่ และถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ รับรองได้เลยครับว่า หัวหน้างานคนนี้ต้องอยากลาออกแน่ๆ เพราะเขาทำอะไรแทบไม่ได้เลย เพราะพนักงานไม่เกรงกลัวเขา และที่เลวร้ายที่สุดคือ ถ้าพนักงานไปเป่าหูผู้จัดการ ว่าหัวหน้างาน ไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ แล้วผู้จัดการเชื่อขึ้นมาทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องจริง แถมยังไม่สอบสวนทวนความใดๆเลย ล่ะก็จุดจบขององค์กรนี้คือ “พัง” สถานเดียวจริงไหมครับ

ผมในฐานะที่มีประสบการณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเคยทำงานเป็นผู้จัดการ และหัวหน้างาน มีลูกน้องมากมาย เข้าใจความรู้สึกเหล่านี้ดีครับว่า ถ้าเราในฐานะที่เป็นหัวหน้า ไม่สามารถให้คุณให้โทษอะไรกับพนกังานได้เลย แถมยังโดนผู้จัดการล้วงลูก เราจะเจ็บปวดรวดร้าวใจแค่ไหน สำหรับทางออกที่เราสามารถทำได้(ผมใช้วิธีนี้ตอนทำงานเป็นหัวหน้า) คือ เราควรที่คุยกับผู้จัดการไปตรงๆเลยว่า เราต้องการที่จะให้คุณให้โทษพนักงานเอง และเรื่องต่างๆ เราขออำนาจตัดสินใจได้ประมาณไหน และเรื่องใดที่เราจะสามารถตัดสินใจเองได้ และเรื่องไหนที่เราจะขอคำปรึกษา และถ้าพนักงานมีปัญหาขอให้เราจัดการกับลูกน้องเราก่อน อย่าให้พนักงานไปต่อสายตรงกับผู้จัดการ เราจะเป็นคนเคลียร์เรื่องทั้งหมดเอง ซึ่งผู้จัดการผมท่านใจดี ใจกว้างพอ และท่านเข้าใจความรู้สึกของผม ท่านก็ให้ผมตัดสินใจเอง ซึ่งตอนนั้นต้องยอมรับว่าเราก็ต้องทำงานเก่งในระดับที่ลูกน้องเชื่อใจ และยอมรับด้วยนะครับ

เรื่องการมอบอำนาจ หรือหวงอำนาจนั้นเป็นศิลปะในการทำงานของทั้งผู้จัดการ หัวหน้า และลูกน้อง ซึ่งไม่มีสูตรตายตัว โอกาสที่เราจะได้รับอำนาจ หรือความไว้ใจมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความตั้งใจ และการยอมรับของผู้ที่ทำงานร่วมกันซึ่งวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละที่ รวมไปถึงจิตใจของคนที่แตกต่างกันนั้นทำให้เราต้องเรียนรู้ และต่อสู้กันต่อไปครับ สุดท้ายขอฝากคมคิดสะกิดใจที่ ซุนวู กล่าวเอาไว้ว่า “ขุนพลนำทัพออกสงคราม แม้องค์ประมุขมีคำสั่งมา ขุนพลก็อาจฝืนได้” จากคำกล่าวนี้ผมขอนำมาถอดความได้ว่า “ขณะอยู่ในสนามรบผู้นำสูงสุด ต้องให้อำนาจขุนพลที่กำลังต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อทำให้เขาสามารถสั่งทหารให้ทำตามแผนงานที่เขากำหนดไว้อย่างเคร่งครัดได้”  โชคดีนะครับ

Follow us: