ปีใหม่นี้ได้เลื่อนตำแหน่งจากหัวหน้างาน มาเป็นผู้จัดการ ผมต้องทำตัวอย่างไรดี เพื่อที่จะได้สมกับตำแหน่งหน้าที่ และเงินเดือนที่สูงขึ้น

คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงภาพ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมยังจำได้อย่างแม่นยำ แม้จะเหตุการณ์นั้นจะผ่านมานานแล้วก็ตาม วันแรกที่ผมรู้ว่าจะได้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ ความคิดที่วิ่งเข้ามาในหัว ก็คือ “แหมมันดีใจสุดๆเลยว่ะ วันนี้แหละเป็นวันที่เรารอคอยมาเนิ่นนาน”  แต่หลังจากนั้นความคิดที่วิ่งตามกันมาเลยก็คือ “เฮ๊ย!!! เราต้องทำอะไรบ้างว๊ะเนี้ย จะได้สมชื่อ สมยศ สมตำแหน่ง

ผู้จัดการ” ดังนั้นผมจึงเข้าใจความรู้สึกของท่านนี้แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ผมก็คิดว่าน่าใจใกล้เคียงกับผมเลยตอนนั้น และเมื่อให้คำแนะนำกับเขาเสร็จแล้ว ผมจึงได้นำคำแนะนำดังกล่าวซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

สำหรับแนวคิดด้านการจัดการ สำหรับผู้จัดการ นั้นมีนักวิชาการหลายท่านได้ให้คำนิยามไว้ ซึ่งสรุปได้สั้นๆ 4 ประการ ได้แก่ 1. การวางแผน (Planning) 2. การจัดองค์กร (Organizing) 3. การนำทีม (Leading) และ 4. การควบคุม (Controlling) ซึ่งในข้อที่ 4. นี้อาจเพิ่มการประเมินผล (Evaluation) เข้าไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มให้การบริหารจัดการมีสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ สำหรับแนวทางการบริหารทั้ง 4 ข้อที่ผมได้อธิบายไว้แล้วนั้น ผมขอนำมาประยุกต์ เป็นแนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้จัดการมือใหม่ เป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

  1.  สร้างความแตกต่างระหว่างตำแหน่งเก่า กับตำแหน่งใหม่ยกตัวอย่างนะครับ สมัยก่อนเราทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน เราอาจไม่ค่อยได้วางแผนกลยุทธ์ หรือกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานสักเท่าไหร่ เพราะวันๆ ก็ง่วนอยู่กับหน้างาน ดังนั้นเพื่อสร้างความแตกต่าง เราควรเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) โดยควรเรียนรู้ และให้ความสำคัญเกี่ยวกับ วิสัยทัศน์ (Vision)  พันธกิจ (Mission) เป้าหมาย (Goal) และการกำหนดแผนการปฏิบัติงาน (Action Plan) ให้มากขึ้น
  2. สร้างผลลัพธ์ของงานให้โดดเด่นกว่าที่เคยโดยการแปลงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายออกมาเป็นแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) และผลักดันให้แผนงานนั้นบรรลุเป้าหมาย โดยเริ่มจากสื่อสารแผนงานที่กำหนดไว้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ลงมือปฏิบัติ กระตุ้น จูงใจ ให้ความช่วยเหลือ แนะนำ เพื่อทำให้ผลงานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้
  3. กระจายงานอย่างมืออาชีพ โดยเรียนรู้ที่จะมอบหมาย และติดตามงาน (Delegating and Follow up)  การกระจายงานให้ลูกน้องทำ คือหน้าที่หลักของผู้จัดการ ซึ่งทำได้โดยการศึกษางาน ศึกษาคน เพื่อทำให้มอบหมายคนให้เหมาะสมกับงานมากที่สุด และเมื่อมอบหมายงานไปแล้วก็อย่าลืมที่จะติดตาม และประเมินผลงานอย่างเหมาะสมด้วยนะครับ ขอเน้นอีกนิดนะครับ เราไม่ควรนำงานของหัวหน้างาน หรือในตำแหน่งเก่าเรามาทำ เราต้องทำงานให้เหมาะสมกับหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตามใบกำหนดหน้าที่งาน (Job Description) ให้สมบูรณ์นะครับ
  4.  กล้าตัดสินใจในเรื่องที่มีความสำคัญมากกว่าเดิมการตัดสินใจจะวัดกันเลยว่า ใครคือ ผู้นำ หรือ ผู้ตาม และใครจะเป็นผู้นำตัวจริง หรือตัวปลอม ดังนั้น ควรศึกษาเรียนรู้ และพัฒนาทักษะด้านการแก้ไขปัญหา และตัดสินใจ (Problem Solving and Decision Making) ให้ดีขึ้นนะครับ และที่สำคัญต้องหาโอกาสแสดงความสามารถในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในฐานะที่เราเป็นผู้จัดการ อย่ากลัวการตัดสินใจผิด จนไม่กล้าตัดสินใจ หรือปล่อยเวลาให้ล่วงเลย จนสถานการณ์ย่ำแย่จนถึงที่สุดแล้วค่อยตัดสินใจนะครับ
  5. พัฒนาลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงาน โดยพัฒนาพวกเขาโดยกำหนดแผนการพัฒนาความรู้ ทักษะ และความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎระเบียบ ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง รวมไปถึงเรื่องการปรับทัศนคติเชิงบวก และการทำงานเป็นทีม โดยเราควรพัฒนาทั้งแบบแบบรายบุคคล (Individual) และทั้งกลุ่ม (Group) โดยเมื่อพวกเขามีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานแล้ว การทำงานของเราก็จะราบรื่น ผลงานก็จะออกมาดีอย่างแน่นอนนะครับจากแนวทางทั้ง 5 ข้อนี้ ถ้าหากเราทำตามแบบ PDCA คือ การวางแผน (Planning) การลงมือปฏิบัติ (Do) การตรวจสอบ (Check) และ การสร้างมาตรฐาน (Action) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเรียนรู้จากสิ่งที่เราเผชิญมา ทั้งความสำเร็จ และล้มเหลว และพัฒนาตนเองในด้านต่างๆให้ดียิ่งขึ้น ใช้เวลาไม่นานท่านจะเป็นผู้จัดการ และผู้นำที่ทุกองค์กรต้องการอย่างแน่นอนครับ สุดท้ายขอฝากคมคิดสะกิดใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้จัดการ และหัวหน้างานมือใหม่ทุกคนที่ว่า “เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ที่ทำงานมาก ย่อมมีโอกาสผิดพลาดมาก แต่เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาถ้า ผู้ที่ทำงานมาก และทำงานมานาน ยังผิดพลาดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า” โชคดี และขอสวัสดีปีใหม่ 2561 อีกครั้งนะครับ………
Follow us: