ไปใช้อย่างหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยๆ คือ การสื่อสารให้คนเข้าใจ 

เมื่อเริ่มต้นคำถามที่ว่า การสื่อสาร ที่ใช้เป็นอย่างไร มี 3 องค์ประกอบ


1. เริ่มต้นที่ผู้รับสาร
ผู้ส่งสารเคยพิจารณาจริงๆ ไหมว่า ผู้รับสารเป็นเช่นไร มีสภาวะพร้อมรับกับเรื่องราวใหม่ๆ หรือไม่ หรือมีประสบการณ์ในอดีตอย่างไรกับ KPI ดังกล่าว เค้าอาจจะมีปม (trauma) ในเรื่องนี้หรือไม่ เข้าใจเค้ามากขึ้น ได้ยินเสียง ได้สัมผัสความรู้สึก เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเค้า

หลายครั้งที่เค้าโดดเดี่ยว รู้สึกอ้างว้าง ต้องการโอบกอดจากใครสักคน จะเป็นเราได้ไหมที่เข้าไป แล้วพาเค้าเดินไปด้วยกัน แค่กำลังใจในจุดเริ่มต้น ตลอดจนความไว้วางใจที่เค้ามีต่อเราในฐานะผู้เคียงข้าง เค้าน่าจะพร้อมที่จะเดินก้าวออกได้

ผู้ส่งสารอาจจำเป็นต้องหาใครสักคนหรือดีกว่านั้นคือการเป็นคนที่มีประสบการณ์ ความรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างเชียวชาญ เพื่อนำพาเค้าออกเดินได้อย่างมั่นใจ ผู้ส่งสารจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดสภาวะความปลอดภัย เป็นคู่คิด เป็นผู้เติมพลังให้เค้า และแนะนำเค้าได้โดยปราศอคติ


2. ควรคู่กับวิธีการ เครื่องมือ
ต้องเข้าใจว่าการจัดทำ KPI ไม่ได้สำคัญที่ตัวชี้วัด เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันมากกว่า เริ่มต้นตั้งแต่เป้าหมาย มันควรจะเป็นเป้าหมายหรือไม่ มันคือการคาดการณ์หรือคาดหวังหรือการคาดเดา เป้าหมายนี้สะท้อนคุณค่าในตัวตนตนเองอย่างไร มีความหมายอย่างไร จึงนำสู่วิธีการแนวทาง (Action Plan) จะทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมาย

ในเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นนั้น ข้อจำกัดด้านเวลาจะทำให้เราใช้ปัญญาขั้นอัตโตมัติ (Intelligent) ปัญญาที่ถูกหล่อหลวมจากประสบการณ์ในอดีต อาจจะแค่ถูกใช้แต่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น หากเรามีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา เราจะใช้ปัญญาขั้นใคร่ครวญ (Wisdom) ปัญญาที่ไม่ถูกการครอบงำด้วยอดีต แต่มองเห็นทั้งอนาคต สะท้อนปัจจุบันจริงๆ วิธีการแนวทาง (Action Plan) ที่เป็นเสมือนถุงกำยานที่กุนซือมอบให้ขุนพลไว้ เวลาเกิดเรื่องขึ้น สามารถนำใช้โดยผ่านพินิจพิเคราะห์ กลั่นกรองประสบการณ์ ความรู้และสถานการณ์จริงๆ ที่เกิดขึ้น

เป็นปกติหรือธรรมชาติทั่วไปในขั้นตอนที่เตรียมตัวล่วงหน้า มักถูกหลงลืมไป ผู้ส่งสารมันจะทิ้งให้เป็นปัญหาของผู้รับสารตามลำพัง ผลของมันจึงจะหลีกไม่พ้นกับคำต่อต้าน หรือนิ่งเฉย หรือโยเย


3. คุณสมบัติของผู้ส่งสาร
มีเพียงสองส่วน คือ เมตตาและปัญญา หากปราศจากเมตตา ไม่เข้าใจผู้รับสาร ก็ไม่รู้สาเหตุจริงๆ ของปัญหาหรือรากเง้าที่ฝังอยู่ภายใน ผีของความหวาดกลัวที่คอยสิงอยู่ภายจิตใจ ภาพที่ไม่ชัดเจน เมื่อรู้ถึงสาเหตุก็จะสามารถจัดการได้อย่างมีปัญญา อย่างมีแนวทางและเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริงๆ การปราศจากปัญญา ก็ไม่อาจทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ เมื่อรู้ถึงปํญหา ต้องเข้าถึงสาเหตุได้ ต้องพาให้เห็นถึงทางออก และวิธีการที่จะเดินไปสู่ทางออกได้ เมตตาจะทำให้ข้อ 1 เกิดขึ้น ปัญญาจะทำให้ข้อ 2 เกิดขึ้น


สื่อสาร KPI ต้องเป็นกระบวนการที่เข้าถึงใจ เข้าใกล้ใจเค้ามากที่สุด และต้องไปพร้อมกับเครื่องมือที่จะนำพาให้เค้าทำได้สูงขึ้นกว่าเคยเป็น

Follow us: