“ฝึกอบรมกันทุกปี ลงทุนกันทุกปี เสียเวลากันทุกปี

ถามจริงๆว่าคุ้มไหม ได้ผลจริงไหม”

นี่เป็นตัวอย่างคำถามที่คาใจ อยู่ในใจของคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงเจ้าของกิจการ ที่เริ่มสงสัย ไม่แน่ใจว่าการที่องค์กรอนุมัติงบประมาณการฝึกอบรมแต่ละปีนั้นจำนวนไม่น้อย สุดท้ายแล้วเสียตังค์ เสียเวลาทำงานไปแล้ว ได้ผลจริงหรือไม่ คุ้มค่าจริงหรือไม่


นี่คือโจทย์ที่ท้าทายสำหรับคนทำงานด้าน HRD หรือคนทำงานด้านการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร รวมไปถึงคนที่ทำอาชีพวิทยากรอีกด้วย เพราะหาองค์กรแก้โจทย์นี้ได้ วิทยากรเองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน


ก่อนที่จะมาดูกันว่าทำไมผู้บริหารสงสัยในความไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ลองมาดูกันก่อนไหมว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้บริหารคิดเช่นนี้

  • ฝึกอบรมทุกปีไม่เห็นมีหลักฐานอะไรว่าดี ได้ผล
    คนก็มีพฤติกรรมเหมือนเดิม ผลงานก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าดีขึ้นจากการฝึกอบรม ความรู้ก็ไม่รู้ว่าได้จริงหรือปล่าว ใช้จริงหรือปล่าว เห็นแค่ชื่อหลักสูตร และเงินที่จ่ายออกไปเท่านั้น อย่างอื่นไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
  • เสียงพนักงานหลายคนเริ่มเปลี่ยนทัศนคติกับการฝึกอบรมจาก “แรงจูงใจ” อยากอบรม มาเป็น “ภาระทางใจ” ไม่อยากเข้าอบรม แสดงว่าการฝึกอบรมไม่ได้ผลตั้งแต่ก่อนจัดอบรม เพราะคนไม่เต็มใจเรียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
  • ฝึกอบรมหลักสูตรซ้ำๆคล้ายๆกันวนไปวนมา
    ดูไม่ออกเลยว่าการฝึกอบรมคนแต่ละกลุ่มในรอบห้าปีที่ผ่านมามันสัมพันธ์กันอย่างไร ตกลงหลักสูตรเมื่อห้าปีก่อนกับหลักสูตรปีต่อๆมาเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันยังไง ดูๆแล้วเหมือนอบรมเป็นแยกส่วน แยกชิ้น ไม่เหมือนหลักสูตรการเรียนการสอนเลย บางปีก็เห็นวนกลับไปจัดหลักสูตรเดิมๆที่เคยจัดแล้ว แค่เปลี่ยนชื่อหลักสูตร เปลี่ยนวิทยากรเท่านั้นเอง

ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปรับรองได้ว่า HRD จะเสียเครดิตในสายตาผู้บริหารแน่ๆ ผู้บริหารอาจจะต้องคิดหาแนวทางใหม่ในการฝึกอบรมคนเอง สุดท้ายอาจจะไปว่าจ้างหน่วยงานภายนอกมาดูแลเรื่องพัฒนาคนให้แทนก็ได้


จึงอยากจะนำเสนอแนวทางการฝึกอบรมบุคลากรให้กับคนทำงานด้าน HRD ดังนี้

1. ต้องเปลี่ยนจากหลักสูตรการฝึกอบรมเป็น Training Solutions
คือการออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมให้ตอบโจทย์องค์กร เช่น กลุ่มหลักสูตรที่ตอบโจทย์เรื่องเพิ่มยอดขายมีอะไรบ้าง กลุ่มหลักสูตรที่ตอบโจทย์เรื่องแรงจูงใจพนักงานมีอะไรบ้าง กลุ่มหลักสูตรที่จะทำให้คนระดับหัวหน้าเป็นมืออาชีพมีอะไรบ้าง ฯลฯ

และต้องร้อยเรียงหลักสูตรในกลุ่มนั้นให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องเรียนหลักสูตรอะไรก่อนหลัง เหมือนหลักสูตรภาษาอังกฤษที่บอกได้ว่าถ้าผ่านระดับนี้จะสามารถพูดสื่อสารได้ ถ้าผ่านระดับนี้ไปสามารถเขียนได้


2. ต้องเปลี่ยนจากหลักสูตรอบรมรายวันเป็นโครงการแทน
HRD ต้องออกแบบหลักสูตรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้เป็นรูปแบบของโครงการ เช่น โครงการพัฒนาผู้นำดาวเด่น จะต้องออกแบบไว้เลยว่าคนกลุ่มนี้จะต้องเรียนอะไรเมื่อไหร่ อย่างไร และหากเป็นโครงการจะต้องมีระบบการตั้งเป้าหมายว่าจบแล้วผู้เข้าอบรมจะต้องมีอะไร ทำอะไรได้ ส่วนโครงการจะสั้นยาวกี่เดือนกี่ปีก็ไม่เป็นไร และตอบได้ว่าการฝึกอบรมแต่ละหลักสูตรนั้นอยู่ในโครงการไหน


3. ต้องให้ผู้บริหารตั้งโจทย์ให้คนเรียนก่อน
ที่ผ่านมาการฝึกอบรมเกิดจากหน้าที่ของ HRD ที่องค์กรจ้างมาดูแลเรื่องการฝึกอบรม ดังนั้น HRD ก็ทำหน้าที่ เมื่อทำไปนานๆหน้าที่เรากลายเป็นภาระเขา(ผู้เรียน) เพราะผู้เรียนไม่ได้อยากเอง ถูกบังคับให้เรียน ต้องเปลี่ยนใหม่คือต้องให้ผู้บริหารเป็นผู้กำหนดโจทย์การพัฒนาตัวเองของคนผ่านสายงาน เช่น คนทำงานสายงานขายจะต้องทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรเป็นบ้าง เมื่อไหร่ แล้วหลังจากนั้นให้หน่วยงานต้นสังกัดเขาเป็นผู้รับผิดชอบ โดยที่หน่วยงาน HRD จะเป็นเพียงผู้เข้าไปทำหน้าที่เหมือนที่ปรึกษาด้านการพัฒนาคนให้ โดยเข้าไปพร้อมกับ Training Solutions ที่จะเข้าไปช่วยหน่วยงานเหล่านั้นตอบโจทย์ที่ผู้บริหารกำหนดให้ พูดง่ายๆว่า
“โจทย์เขา(ต้นสังกัด) เรา(HRD)เข้าไปช่วยตอบให้” ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่าแต่ละหน่วยงานต้องการเครื่องมือต้องการ Training Solutions จากหน่วยงาน HRD หรือฝ่ายฝึกอบรมแน่ๆ


เรื่องการเปลี่ยนแนวคิดหรือกลยุทธ์การฝึกอบรมแบบใหม่นี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเรื่องเล่นๆที่จะให้แค่ใครคนใดคนหนึ่ง หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งคิดและทำ แต่ต้องเป็นวาระแห่งชาติขององค์กร ที่ผู้บริหารระดับสูงต้องปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ตั้งแต่แนวคิด กลยุทธ์ การกำหนดงบประมาณ ไปจนถึงการกำหนดบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากรใหม่จากหน้าที่ HRD เป็นหน้าที่ของต้นสังกัด HRD ต้องเปลี่ยนจากหาหลักสูตร วิทยากร มาเป็นคนกำหนด Training Solutions และจัดทำโครงการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร ทำตัวเหมือนนักบริหารโครงการแทนเจ้าหน้าประสานงานการจัดฝึกอบรมเหมือนที่ผ่านมา


สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าหากองค์กรไหนยังไม่ปรับตัว เปลี่ยนแปลง นอกจากจะเจอกับความล้มเหลวในการพัฒนาคนแล้ว อาจจะส่งผลต่อความล้มเหลวในการบริหารงาน และมีผลถึงคนในไหลออกคนนอกไม่ไหลเข้าก็ได้นะครับ

Public Workshop by NS Values

Follow us: